ติดต่อเรา 02-390-1062-3

“กิตติรัตน์ ปิติพานิช” TK PARK สร้างคนให้มีคุณภาพ ผ่านการสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สมาคมอัสสัมชัญ > Online Magazine > “กิตติรัตน์ ปิติพานิช” TK PARK สร้างคนให้มีคุณภาพ ผ่านการสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เรื่องโดย ครองขวัญ รอดหมวน

ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ไม่สายที่จะเรียนรู้

“กิตติรัตน์ ปิติพานิช” TK PARK สร้างคนให้มีคุณภาพ ผ่านการสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

                  เปิดอีกหนึ่งมุมมองการทำงาน ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน กับ “กิตติรัตน์ ปิติพานิช” ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK PARK อัสสัมชนิกเลขประจำตัว 27074 รุ่น 101 ภายหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยกิตติรัตน์ เล่าย้อนไปถึงช่วงเวลาก่อนเข้ามาทำงานใน TK PARK ว่า หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วจึงไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) และปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบเมือง จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นกลับมาไทย ได้เข้าทำงานเป็นอาจารย์สอนสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะเข้ามาร่วมงานกับศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ (TCDC) ในปี 2548 เป็นเวลากว่า 14 ปี

                  สำหรับการทำงานของ กิตติรัตน์ กับ TK PARK อยู่ภายใต้แนวคิด Learning to Learn : สร้างสังคมเรียนรู้ตลอดชีวิต กับการสร้างให้คนไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้น เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรในประเทศ สำหรับอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี ผ่านกระบวนการเติมความรู้ด้วยตัวเอง

                  กิตติรัตน์ แนะนำให้รู้จัก TK PARK อย่างง่ายๆว่า เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้กับประชาชนทุกคนมากว่า 14 ปี นั่นหมายความว่า ลูกค้าของ TK PARK คือ ประชาชนทุกคน ภายใต้เป้าหมายการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การสร้างสรรค์พื้นที่เรียนรู้ต้นแบบ ที่มุ่งเน้นการสร้างต้นแบบและกิจกรรมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม เพื่อใช้พัฒนาเครือข่ายทั่วประเทศ โดยใช้ศาสตร์ของ Design Thinking & Service Design ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล พร้อมทั้งการสร้างความตื่นตัวในการเรียนรู้ คิดเป็น และทำให้เป็น ไปจนถึงการสร้างแนวร่วมและเครือข่ายการอ่าน การเรียนรู้ทุกภาคส่วนให้เข้มแข็ง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย

                  โดย TK PARK ได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มเด็ก 2. กลุ่มวัยรุ่น 3. กลุ่มคนทำงาน และ 4. กลุ่มผู้สูงอายุ ภายใต้ภารกิจหลักคือ การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ เพื่อให้คนทั้ง 4 กลุ่มมีการพัฒนาตัวเอง ด้วยอุปกรณ์หลักๆที่มี ได้แก่ ห้องสมุดที่ถือเป็นแกนกลาง และยังมีกิจกรรม มีสื่อในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเป็นช่องทางให้คนทั้ง 4 กลุ่มเปิดประตูเข้ามาสู่การเรียนรู้อย่างตรงจุดได้

                  ภารกิจของเรา คือ การสร้างคนทั้ง 4 กลุ่มที่กล่าวมา ให้รู้จักคิดเป็น ทำเป็น เราส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการอ่าน การสร้างให้คนไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้น ผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

                  กิตติรัตน์ เล่าอีกว่า หัวใจของการสร้างการเรียนรู้ของ TK PARK คือ การส่งเสริมให้คนเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ภายใต้ปัจจัยที่ว่า บุคคลนั้นต้องอยากที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มและช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนเรา

                  แน่นอนว่ายุคนี้ เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พฤติกรรมการเรียนรู้ผ่านการอ่านเริ่มเปลี่ยนแปลงจากสื่อสิ่งพิมพ์ ไปสู่สื่อออนไลน์ หรือสมาร์ทโฟน ทำให้มองว่า การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ จะต้องสามารถประสานรวมองค์ความรู้จากสื่อที่หลากหลายทั้งดิจิทัลและอนาล็อก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

                  มักจะมีคำถามอยู่เสมอว่า การสนับสนุนให้คนเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผ่านวิธีการหนึ่งที่สำคัญ คือ “การอ่าน” นั่นเหมาะสมและถูกต้องกับสังคมไทยหรือไม่ กิตติรัตน์ชี้แจงให้เข้าใจว่า จากข้อมูลในปีที่ผ่านมา พบว่าพฤติกรรมการอ่านของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉลี่ยพบว่า “คนไทยอ่านหนังสืออยู่ที่ 80 นาทีต่อวัน ลบภาพจำที่ติดว่า คนไทยอ่านหนังสือวันละ 7-8 บรรทัดไปโดยสิ้นเชิง” และกลุ่มที่กลายเป็นคนอ่านสำคัญคือ “กลุ่มเด็ก-กลุ่มวัยรุ่น” สวนทางกับกลุ่มคนทำงาน และกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีพฤติกรรมการอ่านลดลง “เพราะการอ่านแชต หรืออ่านLineไม่นับเป็นการอ่านหนังสือนะครับ” ซึ่งการจะหยุดนิ่งไม่วิ่งตาม หรือวิ่งให้ทันเทคโนโลยีก็เป็นเรื่องที่อันตราย

                  เพราะอย่างที่รู้กันว่า ทุกวันนี้หลายอุตสาหกรรมกำลังประสบปัญหาจากเทคโนโลยี คนในวัยทำงานถูกสั่นคลอนไปด้วยเทคโนโลยีเหล่านั้น การเรียนรู้เพื่อจะเพิ่มทักษะ ความสามารถจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จำเป็น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ช่วยกระตุ้นให้คนเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ไม่สายที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม

                  ด้วยยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารที่มีปริมาณเยอะมาก มีคอนเทนต์ หรือเนื้อหาที่หลากหลาย ทำให้คนอยากที่จะเข้าไปเรียนรู้ และมักจะมีคำถามหนึ่งตามมาเสมอ คือ เรียนรู้อะไรที่จะทำให้ชีวิตเดินไปข้างหน้า? เป็นอีกหนึ่งคำถามต้นตอที่ส่งต่อมาถึงเรื่อง “ความคิด”

                  “ผมจะรู้สึกอยู่เสมอเมื่อเจอคำถามที่ต้องสะดุดทุกครั้งที่ได้ฟัง เพราะคำถามเหล่านั้น เป็นต้นเรื่องของความคิด และทำให้ผมคิดตามว่า ทำอย่างไรคนถึงจะตั้งต้นความคิดที่ถูกต้องได้” ซึ่งนี่เอง TK PARK มีหน้าที่ที่จะเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ การทำให้คนคิดเป็นว่าทำอะไรดี ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน ก็ควรจะรู้ว่าจะเรียนต่ออะไรดี อนาคตจะเป็นอย่างไร ไปจนถึงการจะเป็นผู้ประกอบการ และที่ TK PARK ทำก็คือ การสอนให้คนคิดเป็น ซึ่ง TK PARK จะมีอุปกรณ์ที่จะช่วยคนเหล่านั้น

                  หลายคนอาจจะมองว่า TK PARK เป็นเหมือนหน่วยงานที่คอยสร้างแรงบันดาลใจ กิตติรัตน์มองว่า “ใช่ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด! TK PARK สามารถสร้างให้คนเหล่านั้นเกิดแรงบันดาลใจในตัวเองได้” ซึ่งต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนี่คือการเอามนุษย์เป็นศูนย์กลางในการตั้งคำถาม จะทำอะไร ทำอย่างไร ชอบแบบไหน ถึงจะต่อยอดไปอนาคต ดังนั้นการรู้จักวิธีการเรียนรู้และวิธีการคิด และนำกลับมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเราให้ได้มากที่สุดคือ เรื่องสำคัญ

                  การให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจ การสร้างให้คนรู้จักการจัดการตัวเอง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และเป็นประโยชน์ต่อสังคม เหล่านี้คือแกนกลางของ “ความคิด” ที่ TK PARK จะมีบทบาทสำคัญ เพราะการที่ประเทศมีบุคลากรที่มีคุณภาพ สังคมที่มีคุณภาพ นั่นยอมช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตไปได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน   

                  อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา TK PARK ได้เข้าไปซับพอร์ตหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัด ผ่านศูนย์การเรียนรู้ระดับจังหวัด ซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว 26 จังหวัดทั่วประเทศ และเตรียมจะเปิดอีก 6 จังหวัด ระดับตำบล อีก 200 ตำบล ซึ่งร่วมงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น รวมทั้งยังร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมืองในการเปิดห้องสมุดในโรงเรียนภาครัฐอีก 76 โรงเรียน ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งร่วมมือกับค่ายทหาร สมาคมแม่บ้านทหารบก ในการเปิดห้องสมุดสำหรับให้ครอบครัวและกำลังพลได้เข้ามาใช้ประโยชน์ และยังร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ ในการสร้างห้องสมุดให้นักโทษ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วที่จังหวัดนครพนม

                  นอกจากนี้ ระบบการสร้างการเรียนรู้ของ TK PARK ยังได้เกื้อหนุนกับการศึกษาในระบบด้วย ผ่านการให้ความรู้ในแง่มุมต่าง ๆ ตามประเภทของนักเรียน นักศึกษา มีการทำโครงการร่วมกับโรงเรียนต่างๆ มีการจัดทำกลุ่มแนะให้แนว เอาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเข้ามาพูดคุยให้คำแนะนำกับเด็ก ๆ เพื่อสร้างคำตอบของความคิด ในการต่อยอดชีวิตของตัวเองด้วย

                  สุดท้ายนี้กิตติรัตน์ยังฝากไปถึงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆอัสสัมชนิก และเครือข่ายฯที่มีอยู่ในทุกองค์กร และทั่วประเทศ หากต้องการให้ทาง TK PARK ได้มีส่วนร่วม หรือส่วนหนุนกับกิจกรรมต่างๆที่ตรงกับภารกิจ ก็ยินดีที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และเรียนเชิญให้มาใช้บริการได้ โดยเฉพาะที่ TK PARK ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone (ขึ้นทางท๊อปซุปเปอร์มาเก็ต) ซึ่งกำลังปรับปรุงและใกล้เสร็จในช่วงปลายปีนี้